ไวรัส เอ็น พี วี โมเดลนวัตกรรมทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรรมยั่งยืน

Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) หรือ ไวรัส เอ็น พี วี […]

Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) หรือ ไวรัส เอ็น พี วี เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง จึงสามารถนำมาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี และมีคุณสมบัติเด่นคือ ทำลายเฉพาะศัตรูพืชเป้าหมาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์ในธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยกลไกการเข้าทำลาย คือเมื่อตัวอ่อนของแมลงกินไวรัสเอ็นพีวี ที่เกษตรกรฉีดพ่น ไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะอาหาร ส่งผลให้หนอนลดการกินอาหารลง และเมื่ออนุภาคของไวรัสขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้น ไวรัสจะแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง อาทิ เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว จนหนอนจะตายไปในที่สุด นอกจากนี้ซากหนอน ที่ตายนี้จะเต็มไปด้วยผลึกของ ไวรัส เอ็น พี วี ซึ่งสามารถระบาดไปสู่หนอนตัวอื่นๆ ในแปลงได้ จึงมั่นใจได้ว่า ผลิตผลทางการเกษตรที่ได้ ปราศจากสารพิษตกค้าง มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

e-Learning Biotechnology

Biotechnology : โมเดลนวัตกรรมทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรรมยั่งยืน

Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) หรือ ไวรัส เอ็น พี วี

 

แบ่งเป็น 4 Ep. ประกอบด้วย

1.      Ep1 ภาพรวม

2.      Ep2 ไวรัส เอ็น พี วี คืออะไร

·       ลักษณะอาการของโรค

·       กระบวนการทำงาน

·       กลไกการออกฤทธิ์

·       ข้อจำกัดในการใช้

3.      Ep.3 ภาคการผลิต

4.      Ep.4 การถ่ายทอดเทคโนโลยี

 Ep1 Scrip 1 ภาพรวม

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน หันมาให้ความสำคัญ และใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นน่าจับตามอง โดยสินค้าออร์แกนิค (Organic product – หรือที่เรียกว่าเกษตรอินทรีย์) กลับมาเป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากธรรมชาติ ผลิต หรือปลูกโดยไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี อีกทั้ง ความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งใน และต่างประเทศก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้ว่าประเทศคู่ค้าของไทยล้วนให้ความสำคัญกับการนำเข้าผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปราศจากสารพิษตกค้าง ส่งผลทำให้ธุรกิจออร์แกนิค มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าในอดีตมาก และเมื่อพิจารณาความพร้อม และศักยภาพของผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ พบว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีความสามารถ และเชี่ยวชาญในการเพาะปลูก โดยปัจจุบันเกษตรกรหันมาทำการเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี และปลูกตรงตามฤดูกาลกันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สะท้อนผ่านข้อมูลพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์ และจำนวนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในช่วงปี 2555-2558 ที่ผ่านมา ว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8.5 และ 16.3 ต่อปี (CAGR)

แต่อีกหนึ่งปัญหาของประเทศไทย ที่คงปฏิเสธไม่ได้เลย คือ การนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรบางกลุ่มมีการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ในแต่ละครั้งนั้นส่งผลให้แมลงศัตรูพืชมีการต้านฤทธิ์ หรือการดื้อต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วย ทำให้ในครั้งต่อไปที่มีการฉีดพ่นสารเคมี จะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการฉีดพ่นในครั้งที่ผ่านมา เกษตรกรจึงจำต้องเปลี่ยนไปใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น อันเป็นอันตรายทั้งต่อสุขภาพของตนเอง และผู้บริโภค รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้น จึงมีความต้องการใช้ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช เพื่อป้องกันควบคุมและกำจัดโรค และแมลงศัตรูพืชต่างๆ เพื่ออีกทั้งยังช่วยลด และทดแทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรเพื่อป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบยั่งยืนโดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ทำให้มีความปลอดภัยทั้งเกษตรกร และผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี จึงเป็นคำตอบที่สำคัญ ที่สามารถควบคุมศัตรูพืชเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทั้งกับเกษตรกรผู้ใช้งาน และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไวรัส เอ็น พี วี ยังสามารถนำไปใช้ได้กับพืชที่หลากหลาย พืชดอก เช่น กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ดาวเรือง เบญจมาศ กุหลาบ รวมถึงพืชผักและผลไม้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง หอมแดง หอมหัวใหญ่ แตงโม มะเขือเทศ องุ่น พืชตระกูลกะหล่ำ เป็นต้น

 

Ep1 Scrip 2 ข้อดีของการใช้ ไวรัส เอ็น พี วี

1.         เป็นจุลินทรีย์ที่พบในประเทศไทย

2.         มีความเฉพาะเจาะจงต่อชนิดของแมลงศัตรูพืช จึงปลอดภัยต่อแมลงศศัตรูธรรมชาติ และแมลงที่มีประโยชน์อื่นๆ

3.         แมลงศัตรูสร้างความต้านทานได้ช้ากว่าสารฆ่าแมลง

4.         ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสภาพแวดล้อม จึงไม่มีพิษตกค้างบนพืช

5.         ใช้ร่วมกับสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอื่นๆ ได้โดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง

6.    เกษตรกรสามารถต่อเชื้อใช้เองได้ เป็นการประหยัดเงินค่าสารฆ่าแมลง

 

Ep1 Scrip 3 ความร่วมมือ ภาครัฐและภาคเอกชน

ภาครัฐ ได้มีความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี ในการฉีดพ่นต้นพืชแทนสารเคมี แม้จะไม่เห็นผลเร็ว แต่ให้ผลคุ้มค่าในระยะยาว เพราะไวรัสจะออกฤทธิ์เฉพาะหนอนเป้าหมายเท่านั้น จึงมีความปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่มีสารพิษตกค้างทั้งในผลผลิต และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน โรงงานต้นแบบฯ กำลังวิจัย และพัฒนาการผลิตเชื้อ ไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนเจาะสมอฝ้าย และเชื้อไวรัสอื่นๆ ที่มีศักยภาพนำมาใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งวิจัยรูปแบบการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ในขณะที่ต้นทุนต่ำลง

ปัจจุบันได้ขยายผลการนำงานวิจัย ไวรัส เอ็น พี วี ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังนำไปใช้แทนสารเคมี ในฟาร์มปลูกกล้วยไม้ อ.บางเลน จ.นครปฐม มากกว่า 600 ไร่ ส่งผลให้เกษตรกร หยุด และลดความเสียหายจากหนอนกระทู้หอมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นการลดต้นทุนในการใช้สารเคมีอีกด้วย

ส่วนภาคเอกชน ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และตั้งตัวแทนจำหน่ายเชื้อ ไวรัส เอ็น พี วี แก่ 2 บริษัท คือ บริษัท ไบร์ทออแกนิค จำกัด และ บริษัท บีไบโอ จำกัด ทำให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช หรือสนใจในผลิตภัณฑ์เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

และริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชที่ผลิต หรือพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ทดแทนสารเคมี รวมถึงตั้งเป้านำเทคโนโลยีด้านจีโนมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการภาคเกษตรกรรมในอนาคต โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความต้องการผักผลไม้ปลอดสารพิษในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

Ep1 Scrip 4 บทสรุป

โรงงานต้นแบบผลิต ไวรัส เอ็น พี วี เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชขึ้น เป็นโรงงานต้นแบบในการผลิตสารชีวภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์โดยดำเนินการสร้างมาตรฐานการผลิต ระบบการตรวจสอบคุณภาพ และพัฒนาวิธีการผลิต ไวรัส เอ็น พี วี ให้สามารถผลิตได้ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Scale) หรือ 5,000 ลิตรต่อปี ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ เผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตแก่ภาคเอกชน รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีแก่เกษตรกร ปัจจุบัน โรงงานได้มีการผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ผ่าน บริษัท ไบร์ทออแกนิค จำกัด และ บริษัท บีไบโอ จำกัด

 “ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี ที่พร้อมจำหน่ายมี 3 สูตร ครอบคลุมทั้งการกำจัดหนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม และหนอนเจาะสมอฝ้าย มีจำหน่าย 2 ขนาด คือ 250 และ 500 มิลลิลิตร ในราคาขวดละ 600 และ 1,100 บาท ตามลำดับ”

 Ep2 ไวรัส เอ็น พี วี คืออะไร

·       ลักษณะอาการของโรค

·       กระบวนการทำงาน

·       กลไกการออกฤทธิ์

·       ข้อจำกัดในการใช้

·       พืชอาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย

Ep2 Scrip 1 ไวรัส เอ็น พี วี คืออะไร

Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) หรือ ไวรัส เอ็น พี วี เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง จึงสามารถนำมาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี และมีคุณสมบัติเด่นคือ ทำลายเฉพาะศัตรูพืชเป้าหมาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์ในธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยกลไกการเข้าทำลายคือเมื่อตัวอ่อนของแมลงกินไวรัสเอ็นพีวี ที่เกษตรกรฉีดพ่น ไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะอาหาร ส่งผลให้หนอนลดการกินอาหารลง และเมื่ออนุภาคของไวรัสขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้น ไวรัสจะแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง อาทิ เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว จนหนอนจะตายไปในที่สุด นอกจากนี้ซากหนอน ที่ตายนี้จะเต็มไปด้วยผลึกของ ไวรัส เอ็น พี วี ซึ่งสามารถระบาดไปสู่หนอนตัวอื่นๆ ในแปลงได้

 

Ep2 Scrip 2 กระบวนการทำงาน

ไวรัส เอ็น พี วี จะทำให้แมลงเป็นโรค และตาย โดยการที่ตัวอ่อนของแมลงต้องกินไวรัสที่ปะปนอยู่ในพืชอาหาร เมื่อไวรัสเข้าสู่กระเพาะอาหารผลึกโปรตีนที่ห่อหุ้มอนุภาคของไวรัส จะถูกย่อยสลายด้วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของแมลงที่มีฤทธิ์เป็นด่าง อนุภาคไวรัสจะหลุดออกมาและเข้าทำลายเซลล์กระเพาะอาหาร ลักษณะอาการโรค เริ่มต้นจากการที่หนอนจะลดการกินอาหารลง เมื่อไวรัสไปทำลายเซลล์กระเพาะอาหาร อนุภาคของไวรัสขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้น และแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง เข้าไปทำลายอวัยวะส่วนต่างๆ ของเมล็ด เช่น เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว เป็นต้น เมื่อเซลล์เหล่านี้ถูกทำลาย การทำงานของอวัยวะต่างๆ จะเสียไป ทำให้หนอนตายในที่สุด

 

Ep2 Scrip 3 กลไกการออกฤทธิ์

          เมื่อนอนกิน ไวรัส เอ็น พี วี เข้าไป 1-2 วัน ผนังลำตัวจากสีเขียวสดจะมีสีซีดจางลง  หนอนลดการกินอาหาร และการเคลื่อนไหวช้าลงจนไม่เคลื่อนที่ ระยะต่อมาผนังลำตัวจะมีสีขาวขุ่น หรือสีครีม หนอนจะหยุดการกินอาหารและจะพยายามไต่ขึ้นสู่บริเวณส่วนยอดของต้นพืชๆ มักตายในลักษณะห้อยหัว และส่วนท้องลงเป็รูปตัววี หัวกลับ และเมื่อหนอนตายลำตัวจะแตกง่ายและจะเปลี่ยนเปนสีดำอย่างรวดเร็ว ของเหลวภายในซากหนอนตายเต็มไปด้วยผลึกของไวรัส และแพร่กระจายต่อไปเรื่อยๆ ในธรรมชาติได้อีก

 

 

 

 

Ep2 Scrip 4 ข้อจำกัดในการใช้

          1. ใช้เวลาฟักตัวก่อนที่หนอนจะแสดงอาการโรค และตาย โดยทั่วไปใช้เวลา 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของหนอน และปริมาณเชื้อไวรัสที่กินเข้าไป

          2. ต้องทำความเข้าใจ และศึกษาวิธีการใช้อย่างถูกต้อง จึงจะสามารถนำไปใช้อย่างได้ผล

          3. คงอยู่บนพืชได้ระยะเวลาสั้น เนื่อจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด

 

Ep2 Scrip 5 พืชอาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย

          อาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย มีพืชอาหารกว้างขวางมาก จึงพบการระบาดอยู่ตลอดปี พบว่าทำลายพืชสำคัญทางเศษรฐกิจมกกว่า 20 ชนิด เช่น พริก หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ผักกาดขาวปลี กระหล่ำปลี กะหล่ำดอก ฝ้าย แตงโม เผือก แตงกวา มะระ องุ่น กุหลาบ ดาวเรือง กล้วยไม้ และผักชี

 Ep1 Scrip 1 ภาพรวม

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน หันมาให้ความสำคัญ และใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพเป็นเทรนด์ที่โดดเด่นน่าจับตามอง โดยสินค้าออร์แกนิค (Organic product – หรือที่เรียกว่าเกษตรอินทรีย์) กลับมาเป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจมากขึ้นจากกลุ่มผู้บริโภค เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากธรรมชาติ ผลิต หรือปลูกโดยไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี อีกทั้ง ความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งใน และต่างประเทศก็มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้ว่าประเทศคู่ค้าของไทยล้วนให้ความสำคัญกับการนำเข้าผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปราศจากสารพิษตกค้าง ส่งผลทำให้ธุรกิจออร์แกนิค มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าในอดีตมาก และเมื่อพิจารณาความพร้อม และศักยภาพของผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ พบว่า ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีความสามารถ และเชี่ยวชาญในการเพาะปลูก โดยปัจจุบันเกษตรกรหันมาทำการเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี และปลูกตรงตามฤดูกาลกันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สะท้อนผ่านข้อมูลพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์ และจำนวนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในช่วงปี 2555-2558 ที่ผ่านมา ว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8.5 และ 16.3 ต่อปี (CAGR)

แต่อีกหนึ่งปัญหาของประเทศไทย ที่คงปฏิเสธไม่ได้เลย คือ การนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรบางกลุ่มมีการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ในแต่ละครั้งนั้นส่งผลให้แมลงศัตรูพืชมีการต้านฤทธิ์ หรือการดื้อต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วย ทำให้ในครั้งต่อไปที่มีการฉีดพ่นสารเคมี จะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการฉีดพ่นในครั้งที่ผ่านมา เกษตรกรจึงจำต้องเปลี่ยนไปใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงต่อการรับสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น อันเป็นอันตรายทั้งต่อสุขภาพของตนเอง และผู้บริโภค รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้น จึงมีความต้องการใช้ชีวภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช เพื่อป้องกันควบคุมและกำจัดโรค และแมลงศัตรูพืชต่างๆ เพื่ออีกทั้งยังช่วยลด และทดแทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรเพื่อป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบยั่งยืนโดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ทำให้มีความปลอดภัยทั้งเกษตรกร และผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี จึงเป็นคำตอบที่สำคัญ ที่สามารถควบคุมศัตรูพืชเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทั้งกับเกษตรกรผู้ใช้งาน และผู้บริโภคที่รักสุขภาพ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ไวรัส เอ็น พี วี ยังสามารถนำไปใช้ได้กับพืชที่หลากหลาย พืชดอก เช่น กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ดาวเรือง เบญจมาศ กุหลาบ รวมถึงพืชผักและผลไม้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง หอมแดง หอมหัวใหญ่ แตงโม มะเขือเทศ องุ่น พืชตระกูลกะหล่ำ เป็นต้น

 

Ep1 Scrip 2 ข้อดีของการใช้ ไวรัส เอ็น พี วี

1.         เป็นจุลินทรีย์ที่พบในประเทศไทย

2.         มีความเฉพาะเจาะจงต่อชนิดของแมลงศัตรูพืช จึงปลอดภัยต่อแมลงศศัตรูธรรมชาติ และแมลงที่มีประโยชน์อื่นๆ

3.         แมลงศัตรูสร้างความต้านทานได้ช้ากว่าสารฆ่าแมลง

4.         ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสภาพแวดล้อม จึงไม่มีพิษตกค้างบนพืช

5.         ใช้ร่วมกับสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอื่นๆ ได้โดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง

6.    เกษตรกรสามารถต่อเชื้อใช้เองได้ เป็นการประหยัดเงินค่าสารฆ่าแมลง

 Ep1 Scrip 3 ความร่วมมือ ภาครัฐและภาคเอกชน

ภาครัฐ ได้มีความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี ในการฉีดพ่นต้นพืชแทนสารเคมี แม้จะไม่เห็นผลเร็ว แต่ให้ผลคุ้มค่าในระยะยาว เพราะไวรัสจะออกฤทธิ์เฉพาะหนอนเป้าหมายเท่านั้น จึงมีความปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่มีสารพิษตกค้างทั้งในผลผลิต และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน โรงงานต้นแบบฯ กำลังวิจัย และพัฒนาการผลิตเชื้อ ไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนเจาะสมอฝ้าย และเชื้อไวรัสอื่นๆ ที่มีศักยภาพนำมาใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งวิจัยรูปแบบการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ในขณะที่ต้นทุนต่ำลง

ปัจจุบันได้ขยายผลการนำงานวิจัย ไวรัส เอ็น พี วี ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังนำไปใช้แทนสารเคมี ในฟาร์มปลูกกล้วยไม้ อ.บางเลน จ.นครปฐม มากกว่า 600 ไร่ ส่งผลให้เกษตรกร หยุด และลดความเสียหายจากหนอนกระทู้หอมได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นการลดต้นทุนในการใช้สารเคมีอีกด้วย

ส่วนภาคเอกชน ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และตั้งตัวแทนจำหน่ายเชื้อ ไวรัส เอ็น พี วี แก่ 2 บริษัท คือ บริษัท ไบร์ทออแกนิค จำกัด และ บริษัท บีไบโอ จำกัด ทำให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช หรือสนใจในผลิตภัณฑ์เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

และริมปิงออร์แกนิคฟาร์ม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชที่ผลิต หรือพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ทดแทนสารเคมี รวมถึงตั้งเป้านำเทคโนโลยีด้านจีโนมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการภาคเกษตรกรรมในอนาคต โดยเฉพาะการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความต้องการผักผลไม้ปลอดสารพิษในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

 

Ep1 Scrip 4 บทสรุป

โรงงานต้นแบบผลิต ไวรัส เอ็น พี วี เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชขึ้น เป็นโรงงานต้นแบบในการผลิตสารชีวภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์โดยดำเนินการสร้างมาตรฐานการผลิต ระบบการตรวจสอบคุณภาพ และพัฒนาวิธีการผลิต ไวรัส เอ็น พี วี ให้สามารถผลิตได้ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Scale) หรือ 5,000 ลิตรต่อปี ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ เผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตแก่ภาคเอกชน รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีแก่เกษตรกร ปัจจุบัน โรงงานได้มีการผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ผ่าน บริษัท ไบร์ทออแกนิค จำกัด และ บริษัท บีไบโอ จำกัด

 “ผลิตภัณฑ์ ไวรัส เอ็น พี วี ที่พร้อมจำหน่ายมี 3 สูตร ครอบคลุมทั้งการกำจัดหนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม และหนอนเจาะสมอฝ้าย มีจำหน่าย 2 ขนาด คือ 250 และ 500 มิลลิลิตร ในราคาขวดละ 600 และ 1,100 บาท ตามลำดับ”

 

Ep2 ไวรัส เอ็น พี วี คืออะไร

·       ลักษณะอาการของโรค

·       กระบวนการทำงาน

·       กลไกการออกฤทธิ์

·       ข้อจำกัดในการใช้

·       พืชอาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย

 

Ep2 Scrip 1 ไวรัส เอ็น พี วี คืออะไร

Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) หรือ ไวรัส เอ็น พี วี เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง จึงสามารถนำมาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี และมีคุณสมบัติเด่นคือ ทำลายเฉพาะศัตรูพืชเป้าหมาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อแมลงที่มีประโยชน์ในธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยกลไกการเข้าทำลายคือเมื่อตัวอ่อนของแมลงกินไวรัสเอ็นพีวี ที่เกษตรกรฉีดพ่น ไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะอาหาร ส่งผลให้หนอนลดการกินอาหารลง และเมื่ออนุภาคของไวรัสขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้น ไวรัสจะแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง อาทิ เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว จนหนอนจะตายไปในที่สุด นอกจากนี้ซากหนอน ที่ตายนี้จะเต็มไปด้วยผลึกของ ไวรัส เอ็น พี วี ซึ่งสามารถระบาดไปสู่หนอนตัวอื่นๆ ในแปลงได้

 

Ep2 Scrip 2 กระบวนการทำงาน

ไวรัส เอ็น พี วี จะทำให้แมลงเป็นโรค และตาย โดยการที่ตัวอ่อนของแมลงต้องกินไวรัสที่ปะปนอยู่ในพืชอาหาร เมื่อไวรัสเข้าสู่กระเพาะอาหารผลึกโปรตีนที่ห่อหุ้มอนุภาคของไวรัส จะถูกย่อยสลายด้วยน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของแมลงที่มีฤทธิ์เป็นด่าง อนุภาคไวรัสจะหลุดออกมาและเข้าทำลายเซลล์กระเพาะอาหาร ลักษณะอาการโรค เริ่มต้นจากการที่หนอนจะลดการกินอาหารลง เมื่อไวรัสไปทำลายเซลล์กระเพาะอาหาร อนุภาคของไวรัสขยายพันธุ์ทวีจำนวนมากขึ้น และแพร่กระจายเข้าสู่ภายในลำตัวของแมลง เข้าไปทำลายอวัยวะส่วนต่างๆ ของเมล็ด เช่น เม็ดเลือด ไขมัน กล้ามเนื้อ ผนังลำตัว เป็นต้น เมื่อเซลล์เหล่านี้ถูกทำลาย การทำงานของอวัยวะต่างๆ จะเสียไป ทำให้หนอนตายในที่สุด

 

Ep2 Scrip 3 กลไกการออกฤทธิ์

          เมื่อนอนกิน ไวรัส เอ็น พี วี เข้าไป 1-2 วัน ผนังลำตัวจากสีเขียวสดจะมีสีซีดจางลง  หนอนลดการกินอาหาร และการเคลื่อนไหวช้าลงจนไม่เคลื่อนที่ ระยะต่อมาผนังลำตัวจะมีสีขาวขุ่น หรือสีครีม หนอนจะหยุดการกินอาหารและจะพยายามไต่ขึ้นสู่บริเวณส่วนยอดของต้นพืชๆ มักตายในลักษณะห้อยหัว และส่วนท้องลงเป็รูปตัววี หัวกลับ และเมื่อหนอนตายลำตัวจะแตกง่ายและจะเปลี่ยนเปนสีดำอย่างรวดเร็ว ของเหลวภายในซากหนอนตายเต็มไปด้วยผลึกของไวรัส และแพร่กระจายต่อไปเรื่อยๆ ในธรรมชาติได้อีก

  Ep2 Scrip 4 ข้อจำกัดในการใช้

          1. ใช้เวลาฟักตัวก่อนที่หนอนจะแสดงอาการโรค และตาย โดยทั่วไปใช้เวลา 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของหนอน และปริมาณเชื้อไวรัสที่กินเข้าไป

          2. ต้องทำความเข้าใจ และศึกษาวิธีการใช้อย่างถูกต้อง จึงจะสามารถนำไปใช้อย่างได้ผล

          3. คงอยู่บนพืชได้ระยะเวลาสั้น เนื่อจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด

 Ep2 Scrip 5 พืชอาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย

          อาหารหนอนกระทู้หอม หนอนกระทูผัก และหนอนเจาะสมอฝ้าย มีพืชอาหารกว้างขวางมาก จึงพบการระบาดอยู่ตลอดปี พบว่าทำลายพืชสำคัญทางเศษรฐกิจมกกว่า 20 ชนิด เช่น พริก หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ถั่วฝักยาว ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ผักกาดขาวปลี กระหล่ำปลี กะหล่ำดอก ฝ้าย แตงโม เผือก แตงกวา มะระ องุ่น กุหลาบ ดาวเรือง กล้วยไม้ และผักชี

 

เอกสารประกอบการเรียน

1
Document : ไวรัส เอ็น พี วี : โมเดลนวัตกรรมทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรรมยั่งยืน

แบบฝึกหัดก่อนเรียน

1
Pre-Test : ไวรัส เอ็น พี วี : โมเดลนวัตกรรมทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรรมยั่งยืน
7 คำถาม

บทเรียน

1
chapter 1 : ภาพรวม ไวรัส เอ็น พี วี
13.06 นาที
2
chapter 2: ทำความรู้จัก ไวรัส เอ็น พี วี
15.56 นาที
3
chapter 3: พืชแนะนำที่เหมาะกับ ไวรัส เอ็น พี วี
11.31 นาที
4
chapter 4 : การถ่ายทอดเทคโนโลยี
14.4 นาที

แบบฝึกหัดหลังเรียน

1
Post-Test : ไวรัส เอ็น พี วี : โมเดลนวัตกรรมทางการเกษตร มุ่งเป้าเกษตรกรรมยั่งยืน
7 คำถาม

เป็นคนแรกที่จะเพิ่มความคิดเห็น.

กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และขอข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การท่องเว็บของคุณ